Your Cart(0)

อาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด หรือ กลุ่มอาการเอมพีเอส Myofascial Pain Syndrome (MPS)

Myofascial Pain Syndrome (MPS)Myofascial Pain Syndrome (MPS)Myofascial Pain Syndrome (MPS)

ปวดหลังมากเลยครับ คุณหมอครับ ผมจะเป็นโรคไตหรือไม่” ผมเชื่อว่าทุกวันที่แพทย์ออกตรวจผู้ป่วย ต้องพบผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังมาหา และผู้ป่วยก็มีความวิตกกังวล กลัวจะเป็นโรคโน่นโรคนี้ต่างๆนานา เช่น โรคไต โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท (ปวดหลัง:ปวดหลังจากโรคหมอนรองกระดูกสันหลัง) โรคกระดูกพรุน และต้องการตรวจเอกซเรย์คอมพิว เตอร์ แม่เหล็กไฟฟ้า (เอมอาร์ไอ) และอื่นๆอีกมากมาย ยิ่งทำให้แพทย์และผู้ป่วยสับสนมากยิ่ง ขึ้นว่าเป็นโรคอะไรกันแน่ที่ทำให้ปวดหลัง
ลองติดตามบทความนี้กันครับ ท่านจะเข้าใจ “โรคหรือกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อ เยื่อพังผืด (Myofascial pain syndrome ย่อว่า MPS)” หรือเรียกย่อว่า “โรคหรือกลุ่มอาการเอมพีเอส” มากขึ้น และอาการปวดเมื่อยก็จะไม่ใช่เรื่องยากต่อไป ถ้าท่านเข้าใจเรื่องดังกล่าว

กลุ่มอาการเอมพีเอสคืออะไร? มีสาเหตุมาจาก

โรคหรือกลุ่มอาการเอมพีเอส คือ กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด โดยเป็นกลุ่มอาการปวดร้าว (Referred pain) และ/หรืออาการของระบบประสาทอัตโนมัติ เนื่องจากมีจุดปวด/จุดกดเจ็บ (Trigger point) ที่กล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อพังผืด โดยพบร่วมกับภาวะกล้าม เนื้อหดตัว (Muscle spasm)
กลุ่มอาการเอมพีเอส เป็นสาเหตุที่พบบ่อยมากของการปวดส่วนต่างๆของร่างกาย และน่าจะเป็นสาเหตุอาการปวดจากระบบกระดูกและกล้ามเนื้อในผู้ป่วยที่ปวดเรื้อรังมากที่สุด
กลุ่มอาการเอมพีเอส พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง พบสูงในช่วงอายุ 31-50 ปี พบในผู้ทำ งานที่ต้องอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ เช่น พนักงานสำนักงาน หรือผู้ใช้แรงงาน
สาเหตุพบบ่อยที่ก่อให้เกิดกลุ่มอาการเอมพีเอส คือ การใช้กล้ามเนื้อมัดที่เกิดอาการ ผิดท่าทาง ซ้ำๆ เป็นระยะเวลานานๆ และต่อเนื่อง จนเกิดความผิดปกติในการหดตัวของกล้ามเนื้อตำแหน่งนั้นขึ้น

อะไรเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดกลุ่มอาการเอมพีเอส?

ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการปวดในกลุ่มอาการเอมพีเอส หรือที่ทำให้อาการรุนแรงขึ้น ที่พบบ่อย คือ การใช้กล้ามเนื้ออย่างหนัก ใช้นาน และต่อเนื่อง ซ้ำๆ โดยไม่พัก และการใช้กล้าม เนื้อนั้นในท่าที่ไม่เหมาะสม ร่วมกับความเครียด หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ รู้สึกไม่สบาย (เจ็บ /ปวดกล้ามเนื้อ) และยังฝืนทำงานต่อ ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อมีการหดตัวอย่างต่อเนื่อง และเกิดการสะสมและคั่งค้างของของเสียในกล้ามเนื้อ จึงส่งผลทำให้มีอาการปวดกล้ามเนื้อมากขึ้น

อาการปวดจากกลุ่มอาการเอมพีเอสมีลักษณะอย่างไร?

อาการปวดจากกลุ่มอาการเอมพีเอสมีลักษณะหรือรูปแบบการปวด ดังนี้

  • ปวดตื้อๆ ลึกๆ (Deep dull aching) เช่น ปวดบริเวณสะบัก จะปวดคล้ายสะบักจม
  • ปวดร้าว (Referred pain) อาการปวดของกล้ามเนื้อแต่ละตำแหน่งจะมีลักษณะเฉพาะ เช่น โรคเกิดที่กล้ามเนื้อหลังมัดที่ชื่อว่า Trapezius (โดยเฉพาะในบริเวณส่วนตอนต้นๆของกล้ามเนื้อ) จะปวดบริเวณก้านคอ ขมับ กรามล่าง และครอบคลุมถึงบริเวณศีรษะ เป็นต้น
  • ความรุนแรงของอาการ มีได้ตั้งแต่ปวดเมื่อยน่ารำคาญ จนถึงปวดรุนแรง
  • เวลาที่ปวด มีทั้งปวดตลอดเวลา หรือ ปวดเฉพาะเวลาใช้งาน
  • ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปที่เกิดร่วมกับอาการปวด เช่น ชาที่ผิวหนัง แต่เป็นเพียงความรู้ สึก โดยแพทย์จะตรวจไม่พบความผิดปกติเหล่านี้
  • อุณหภูมิที่ผิวหนังบริเวณปวดจะเย็นลง ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ามือเท้าเย็น เหมือนเลือดไหล เวียนไม่ดี
  • อาจมีอาการ คัดจมูก น้ำตาเอ่อ ตาแดง วิงเวียนศีรษะ เวลามีการเคลื่อนไหวของคอและศีรษะ
  • อนึ่ง กลุ่มอาการเอมพีเอส มีทั้งปวดแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง คือ
  • กลุ่มเฉียบพลันจะปวดมานานไม่เกิน 2 เดือน
  • กลุ่มกึ่งเฉียบพลัน อาการจะเป็นมาประมาณ 2-6 เดือน
  • และกลุ่มเรื้อรัง อาการมักเกิดนานมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป

กลุ่มอาการใดมีลักษณะคล้ายกับกลุ่มอาการเอมพีเอสบ้าง?

กลุ่มอาการอื่นๆที่ต้องแยกออกจากกลุ่มอาการเอมพีเอส คือ โรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) โรคพีเอมอาร์ (Polymyalgia rheumatic ย่อว่า โรคพีเอมอาร์/PMR) กลุ่มอาการความล้าเรื้อรัง (Chronic fatigue syndrome) และกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Muscle weakness)จากสาเหตุอื่น เช่น จากพันธุกรรมผิดปกติ (อ่านเพิ่มเติมในบทความเรื่อง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูก)

การพยากรณ์โรคของกลุ่มอาการเอมพีเอสเป็น

การพยากรณ์โรคในกลุ่มอาการเอมพีเอส ดีมาก โอกาสหายสูง ถ้าแก้ไขปัจจัยเสี่ยง ทำกายภาพบำบัด ออกกำลังกาย เน้นเล่นพิลาทีส ยืดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ ตามแพทย์ พยาบาล และ/หรือ นักกายภาพบำบัดแนะนำ
อนึ่ง กลุ่มอาการเอมพีเอสนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับอาการ อัมพฤกษ์ อัมพาต และไม่ได้เป็นสาเหตุให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาต

การรักษากลุ่มอาการเอมพีเอสทำอย่างไรดี?

การรักษากลุ่มอาการพีเอมเอส ประกอบด้วย

  • การรักษาเฉพาะที่
  • การค้นหาและแก้ไขปัจจัยเสี่ยง
  • การใช้ยา

1.การรักษาเฉพาะที่ ได้แก่

  • การฉีดยาที่จุดปวด/จุดกดเจ็บ ยาที่ใช้ เช่น ยาชาเฉพาะที่ ยาสเตียรอยด์ ยาโบทูไลนุ่มทอกซิน (Botulinum toxin)
  • การพ่นด้วยความเย็นแล้วยืดกล้ามเนื้อด้วยเทคนิคทางกายภาพบำบัด
  • การนวด
  • การบริหารกล้ามเนื้อ
  • การใช้ความร้อนบำบัด
  • การฝังเข็ม
  • การทำอัลตราซาวด์กล้ามเนื้อ

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าวิธีที่กล่าวมาข้างต้นมากจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และเป็นการแก้ไขจากปัจจัยภายนอกเพียงเท่านั้น! แพทย์บางกลุ่มยังได้มีการแนะนำคนไข้ในการหันมาใช้วิธีรักษาโดยการฝึกพิลาทิส Pilates โดยนอกจากจะเป็นการแก้ไขปัญหาจากภายในที่ตรงจุดอย่างแท้จริงแล้ว คนไข้เองก็ยังได้ผลลัพธ์จากการฝึกพิลาทิส Pilates ที่จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางให้ยืดหยุ่นและแข็งแรงเพิ่มมากขึ้น เพิ่มความฟิตและเฟิร์ม กระชับสัดส่วนทั้งร่างกาย โดยไม่ต้องทานยาหรือใช้วิธีอื่นๆบำบัด ที่มีราคาสูงจนเกินไป

2.ค้นหาและแก้ไขปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ปัจจัยเชิงกล โรคต่างๆ และปัจจัยทางจิตใจ

  • ปัจจัยเชิงกล เช่น ความบกพร่องของร่างกายทำให้กล้ามเนื้อไม่สมดุล เช่น ขา 2 ข้างไม่เท่ากัน ท่าทางหรือกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น นั่งก้มคอและหลัง การทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือก้มๆ เงยๆ ทั้งวัน การออกแรงมากเกินไป หรือนานเกินไป รวมทั้งการกดรัดกล้ามเนื้อตลอดเวลา เช่น ใส่เสื้อชั้นในที่มีสายรัดไหล่บ่าแน่นเกินไป
  • โรคต่างๆ เช่น ภาวะซีด ต่อมธัยรอยด์ทำงานต่ำ (ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน) และ ข้อเสื่อม
  • ปัจจัยทางจิตใจ เช่น ความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า

3.การใช้ยา ได้แก่ ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาต้านเศร้า ยาคลายกังวล เป็นต้น

ผู้ป่วยกลุ่มอาการเอมพีเอสควรดูแลตนเองอย่างไร?

ผู้ป่วยด้วยกลุ่มอาการนี้ ควรดูแลตนเองโดยการปรับท่าทางในการทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆให้เหมาะสม ไม่ฝืนทำกิจกรรมต่างๆเป็นเวลานาน ถ้าเริ่มมีอาการปวดเมื่อย ควรหยุดพักการทำกิจกรรมนั้นๆ และควรออกกำลังกาย และบริหารร่างกายโดยการยืดกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรออกกำลังกายอย่างหักโหม หรือมีการนวดอย่างรุนแรง และผิดวิธีจากผู้ที่ไม่ผ่านการฝึกอบรมการทำกายภาพบำบัด และไม่ควรซื้อยาแก้ปวดมาทานเอง โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ พยาบาล และ/หรือเภสัชกร ก่อน
ทั้งนี้ กรณีที่อาการทรุดลง เจ็บปวดกล้ามเนื้อมากขึ้น เคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมต่างๆลำบากมากขึ้น หรือต้องใช้ยาแก้ปวดมากขึ้น ควรต้องพบแพทย์ก่อนนัดเสมอ

ป้องกันกลุ่มอาการเอมพีเอสได้

การป้องกันโรคนี้ทำได้ไม่ยากเพียงแค่ทำกิจกรรมต่างๆด้วยท่าทางที่เหมาะสม ไม่หักโหมในการทำงาน หรือทำกิจกรรมใดๆต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่นฝึกพิลาทิส โยคะ ยืดกล้ามเนื้อที่มีการใช้งานเป็นประจำ พักผ่อนเพียงพอ

 

ที่มา:haamor.com

กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด หรือ กลุ่มอาการเอมพีเอส Myofascial Pain Syndrome (MPS)
รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า
อายุรแพทย์ประสาทวิทยา

Share

Comments

Sukhumvit soi 21, Interchange Building B2 Floor Bangkok, 10110 Thailand 081 660 0864

We Accept...

We Accept Visa We Accept Mastercard We Accept PayPal